<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HOW We Talk &#8211; house of wisdom</title>
	<atom:link href="https://howbangkok.com/category/how-we-talk/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://howbangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jan 2025 04:28:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2024/12/HOW_Brand_Identity-_web-150x150.webp</url>
	<title>HOW We Talk &#8211; house of wisdom</title>
	<link>https://howbangkok.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความภูมิใจของ นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผอ. S Spine and Nerve โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกของไทย</title>
		<link>https://howbangkok.com/s-spine-and-nerve/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[San15981]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 04:11:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HOW We Talk]]></category>
		<category><![CDATA[S Spine and Nerve]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์ดิตถพงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://howbangkok.com/?p=3307</guid>

					<description><![CDATA[นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล คือแพทย์ที่ทำงานด้านสมองและกระดูกสันหลังมานานกว่า 20 ปี นอกจากนั้น H.O.W. Fellow ผู้นี้ยังเปิดโรงพยาบาลของตัวเองชื่อ S Spine and Nerve โดยมุ่งเน้นการรักษาเฉพาะทางกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และบริการที่มุ่งเน้นการรักษาคนไข้ที่ต้นเหตุ รวมไปถึงชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่ว่าเป็นโรงพยาบาลที่รักษาแบบเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ภาวะแทรกซ้อนแทบไม่มี ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาได้มากกว่าเดิม S Spine and Nerve จึงกลายเป็นชื่อแรกๆ ที่คนไข้หลายคนจะนึกถึง &#160; ตั้งแต่เปิดในปี 2017 ถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาคนไข้ไปแล้วกว่าแสนเคส ตัวเลขที่น่าภูมิใจนี้คงยืนยันได้ดีว่าคนไข้ไว้ใจโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งนี้มากแค่ไหน ที่น่าสนใจก็คือ ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะวิสัยทัศน์ของนายแพทย์ดิตถพงษ์ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ ซึ่งมองเห็นโอกาสบางอย่างในวันที่ประเทศไทยยังไม่เคยมีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านนี้มาก่อน บ่ายวันนี้ที่ H.O.W. เราจึงชวนนายแพทย์มาย้อนรำลึกไปถึงเส้นทางการทำงาน หลักคิดในการบริหารโรงพยาบาลที่แตกต่างจากแห่งอื่นๆ และชวนคุยไปถึงความภาคภูมิใจในเส้นทางอาชีพ รวมถึงการเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลที่ช่วยให้คนไข้หลักแสนคนได้มีชีวิตใหม่ &#160; วิชาชีพที่ภูมิใจ ความลับที่หลายคนอาจไม่รู้ คือนายแพทย์ดิตถพงษ์ไม่เคยฝันอยากเป็นหมอ ตั้งแต่เด็กเขาอยากเป็นวิศวกรมาตลอด แต่เมื่อปรึกษากับบุพการีที่เป็นข้าราชการ พวกเขาก็มองว่าแพทย์เป็นวิชาชีพที่จะติดตัวได้ ด้วยความเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังพ่อแม่ เด็กชายดิตถพงษ์จึงเลือกเรียนกุมารเวชศาสตร์ที่ศิริราช เพราะเห็นภาพตัวเองเป็น ‘หมอเด็กใจดี’ “แต่พอเรียนไปสักพัก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-3320 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-scaled.webp" alt="" width="2049" height="2560" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-scaled.webp 2049w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-240x300.webp 240w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-819x1024.webp 819w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-768x960.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-1229x1536.webp 1229w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-นพ.ดิตถพงษ์_web-1639x2048.webp 1639w" sizes="(max-width: 2049px) 100vw, 2049px" /></p>
<p><strong>นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล </strong>คือแพทย์ที่ทำงานด้านสมองและกระดูกสันหลังมานานกว่า 20 ปี</p>
<p>นอกจากนั้น H.O.W. Fellow ผู้นี้ยังเปิดโรงพยาบาลของตัวเองชื่อ S Spine and Nerve โดยมุ่งเน้นการรักษาเฉพาะทางกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกของประเทศไทย</p>
<p>ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และบริการที่มุ่งเน้นการรักษาคนไข้ที่ต้นเหตุ รวมไปถึงชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่ว่าเป็นโรงพยาบาลที่รักษาแบบเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ภาวะแทรกซ้อนแทบไม่มี ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาได้มากกว่าเดิม S Spine and Nerve จึงกลายเป็นชื่อแรกๆ ที่คนไข้หลายคนจะนึกถึง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตั้งแต่เปิดในปี 2017 ถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาคนไข้ไปแล้วกว่าแสนเคส ตัวเลขที่น่าภูมิใจนี้คงยืนยันได้ดีว่าคนไข้ไว้ใจโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งนี้มากแค่ไหน</p>
<p>ที่น่าสนใจก็คือ ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะวิสัยทัศน์ของนายแพทย์ดิตถพงษ์ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ ซึ่งมองเห็นโอกาสบางอย่างในวันที่ประเทศไทยยังไม่เคยมีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านนี้มาก่อน บ่ายวันนี้ที่ H.O.W. เราจึงชวนนายแพทย์มาย้อนรำลึกไปถึงเส้นทางการทำงาน หลักคิดในการบริหารโรงพยาบาลที่แตกต่างจากแห่งอื่นๆ และชวนคุยไปถึงความภาคภูมิใจในเส้นทางอาชีพ รวมถึงการเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลที่ช่วยให้คนไข้หลักแสนคนได้มีชีวิตใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-3313 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body5_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<h4><strong>วิชาชีพที่ภูมิใจ</strong></h4>
<p>ความลับที่หลายคนอาจไม่รู้ คือนายแพทย์ดิตถพงษ์ไม่เคยฝันอยากเป็นหมอ</p>
<p>ตั้งแต่เด็กเขาอยากเป็นวิศวกรมาตลอด แต่เมื่อปรึกษากับบุพการีที่เป็นข้าราชการ พวกเขาก็มองว่าแพทย์เป็นวิชาชีพที่จะติดตัวได้ ด้วยความเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังพ่อแม่ เด็กชายดิตถพงษ์จึงเลือกเรียนกุมารเวชศาสตร์ที่ศิริราช เพราะเห็นภาพตัวเองเป็น ‘หมอเด็กใจดี’</p>
<p>“แต่พอเรียนไปสักพัก ผมต้องเดินผ่านวอร์ดเด็กแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับเด็กเลย เพราะเด็กร้องไห้อยู่ตลอดตามธรรมชาติของเขา แต่ผมชอบคนไข้ที่คุยรู้เรื่อง มีเหตุมีผล เมื่อเรียนจบศิริราช ผมจึงไปเรียนแพทย์เฉพาะทางด้านผ่าตัดสมองและกระดูกสันหลัง  หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศด้านฟื้นฟูคนพิการหรือ Function Restoration และการผ่าตัดจากแผลใหญ่ให้เป็นแผลเด็ก ซึ่งเขาเรียกว่า Minimally invasive surgery ซึ่งมีคนเรียนไม่มากเพราะเป็นสาขาที่เพิ่งเกิด แต่ผมเห็นว่าในประเทศของเรายังไม่มีหมอสาขานี้ และต้องมีใครสักคนที่ไปเรียนเพื่อที่จะกลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-3314 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body6_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อกลับมาไทย นายแพทย์ดิตถพงษ์จึงเริ่มงานเป็นหมอเฉพาะทางด้านผ่าตัดสมองและกระดูก</p>
<p>เขานิยามงานของตัวเองว่า ‘ทำยังไงก็ได้ให้คนไข้บาดเจ็บน้อยที่สุดในทุกโรคที่รักษา’</p>
<p>“อย่างเมื่อก่อนผ่าตัดเนื้องอกในสมองต้องลงมือ เราก็ใช้เทคนิคเช่นรังสีหรืออัลตราซาวด์เข้าไปสลายเนื้องอกแทนโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือสมองบางคนทำงานผิดปกติ เราก็ใส่เครื่องกระตุ้นเข้าให้ทำงานดีขึ้น หรือผ่าตัดคนไข้ที่พิการ ขาอ่อนแอข้างหนึ่ง ผมสามารถตัดกล้ามเนื้อส่วนที่ดีไปต่อกับกล้ามเนื้อส่วนที่เสียแล้วฝึกให้เขาหายพิการได้” นายแพทย์อธิบายเพิ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ความสนุกของการเป็นหมอด้านนี้คือการควบรวมกันระหว่างการเป็นแพทย์กับวิศวกร เราสามารถดีไซน์ได้ว่าคนไข้แต่ละคนจะรักษายังไง มันทำให้เราเป็นคนที่ต้องมีระบบคิดที่ดี มากกว่านั้น เรามีความสุขในการเห็นคนที่เรารักษาแล้วเขาหายจากการพิการ สำหรับคนไข้บางคน จะตายหรือเป็นหรือพิการ ทั้งหมดอยู่ในสองมือเรา เมื่อทำสำเร็จ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ทำบุญกุศลกับคน การรักษาคนเป็นความสุขที่ยิ่งยวดและเป็นความภูมิใจของผม</p>
<p>“ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ต้นทุนที่แท้จริงของมนุษย์มี 2 อย่าง คือต้นทุนเวลาที่ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ส่วนอีกอย่างคือสุขภาพซึ่งเป็นต้นทุนที่ทุกคนอาจจะได้มาไม่เท่ากัน แต่เราสามารถทำให้มันแย่ลงก็ได้ ดีขึ้นก็ได้ ผมคิดว่าผมช่วยอะไรกับต้นทุนเวลามากไม่ได้ แต่ต้นทุนสุขภาพผมจัดการให้ได้”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3309 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<h4><strong>โรงพยาบาลที่ภูมิใจ</strong></h4>
<p>เช่นเดียวกับหมอหลายคนที่ฝันอยากเปิดคลินิกและโรงพยาบาลของตัวเอง นายแพทย์ดิตถพงษ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น</p>
<p>“ผมว่าหมอทุกคนมีความฝัน แต่จะถึงฝันหรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง ผมเคยผ่านเหตุการณ์ที่เคยเกือบตายมาแล้ว เลยรู้สึกว่าชีวิตที่เราเกิดมา จะว่ายาวก็ยาว สั้นก็สั้น อะไรที่เป็นเรื่องติดค้างในใจ ถ้าทำได้ก็อยากจะทำ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากทำฝันในการโรงพยาบาลเฉพาะทางเป็นของตัวเอง ให้เป็นจริง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ที่จะเปิดโรงพยาบาลของตัวเอง ประเทศไทยของเราไม่เคยมีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังมาก่อนเลย นั่นคือช่องว่างที่นายแพทย์ดิตถพงษ์มองเห็น และเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ในที่สุด</p>
<p>โรงพยาบาล S Spine and Nerve จึงก่อตั้งขึ้นในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังโดยตรงในปี 2017 มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยเป็นอันดับต้นๆ และเหมาะสมกับการรักษาด้านกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการรักษา โดยมุ่งเน้นการรักษาไปที่ต้นเหตุของโรค ความปลอดภัยของคนไข้ และการฟื้นตัวที่รวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน มีภาวะแทรกซ้อนน้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เทคนิคใหม่ของเราจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาลดลง มากกว่านั้นคือไม่ต้องทำให้คุณต้องนอนโรงพยาบาลนาน เพราะไม่เพียงแค่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเยอะ แต่เวลาคุณนอนโรงพยาบาลนานๆ คุณก็ขาดโอกาสที่จะไปทำงาน และคนใกล้ตัวก็จะขาดโอกาสนั้นด้วย”</p>
<p>นับจนถึงวันนี้ โรงพยาบาล S Spine and Nerve รักษาคนไข้มาแล้วกว่าหนึ่งแสนรายจนต้องขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ ถ้าเทียบกับโรงพยาบาลเฉพาะทางอื่นๆ ที่นี่ถือเป็นโรงพยาบาลไซส์ใหญ่ได้เลย</p>
<p>“การก่อตั้งโรงพยาบาลนี้ทำให้ผมภูมิใจหลายอย่าง หนึ่งคือภูมิใจที่ตัวเองทำความฝันได้ถึงฝั่ง สองคือภูมิใจกับการเห็นองค์กรโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สามคือภูมิใจที่ได้รักษาคนไข้ให้ดีขึ้น”</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3317 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body9_web.webp" alt="" width="938" height="1406" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body9_web.webp 938w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body9_web-200x300.webp 200w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body9_web-683x1024.webp 683w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body9_web-768x1151.webp 768w" sizes="(max-width: 938px) 100vw, 938px" /></p>
<h4><strong>การรักษาที่ภูมิใจ</strong></h4>
<p>ตลอดชีวิตการเป็นหมอ นายแพทย์ดิตถพงษ์รักษาบุคคลสำคัญระดับประเทศมาแล้วมากมาย แต่เขาก็ออกปากว่า สิ่งที่ภูมิใจที่สุดไม่ใช่เรื่องการรักษาบุคคลสำคัญ แต่คือการเห็นคนไข้รอดตาย หายจากการพิการด้วยสองมือของเขา</p>
<p>ท่ามกลางเคสที่เคยผ่านมือเป็นพันหมื่น บางเคสยังตราตรึงอยู่ในใจเขา</p>
<p>“มีอาจารย์ผมคนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนแพทย์ เขามีเนื้อมะเร็งกระจายไปเต็มสมอง ไปหาหมอที่อื่นเขาบอกรักษาไม่ได้ แต่อีก 3 เดือนลูกชายเขาจะแต่งงาน ด้วยความเป็นแม่ เขาก็อยากขึ้นเวทีไปอวยพรลูกชายของเขาด้วยสุขภาพที่แข็งแรง อาจารย์เขาเลยมาขอผมให้รักษาให้หน่อย เพราะไม่มีใครให้ความหวังเขาแล้ว  ผมบอกอาจารย์ว่าถ้าอาจารย์สู้ ผมสู้ หลังจากนั้นก็ใช้เวลา 3 วัน 3 คืนในการยิงพลังงานเข้าไปในสมองเพื่อรักษาเขา พอทำเสร็จพอเอกซเรย์ออกมา เนื้องอกในสมองก็ยุบลง สุดท้ายอาจารย์เขาก็อยู่อวยพรลูกได้อย่างดี และกลับมาเลี้ยงข้าวผม” รอยยิ้มระบายบนในหน้าของเขาตอนที่เล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3318 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-scaled.webp" alt="" width="1920" height="2560" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-scaled.webp 1920w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-225x300.webp 225w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-768x1024.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-1152x1536.webp 1152w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/CARD-THUMBNAIL-นพ.ดิตถพงษ์_web-1536x2048.webp 1536w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับจนถึงตอนนี้ โรงพยาบาล S Spine and Nerve รักษาคนไข้ไปมากกว่าแสนราย</p>
<p>“เวลาที่ผมรักษาแล้วเขาหายดี คนไข้เขาจะเขียนความรู้สึกของเขาลงในสมุดขอบคุณหรือจดหมาย สิ่งเหล่านี้มันเป็นของขวัญที่ตีมูลค่าไม่ได้ มันไม่มีมูลค่าทางเงินแต่มีมูลค่าทางใจ เราได้เห็นคนที่หายพิการ บางทีมีชีวิตรอดเพราะเรา พอถึงช่วงปีใหม่ คนไข้ก็จะเอากระเช้าของขวัญมาให้ เพราะเราทำให้เขารอดตาย เขาก็จะนึกถึงเราตลอด จำได้ว่าบางปีต้องเอารถกระบะมารับกระเช้ากลับบ้าน” คุณหมอตรงหน้าหัวเราะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในฐานะผู้บริหารโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง คุณหมอเชื่อว่าในอนาคต บริการการรักษาจะพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้อีก และเขาจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขให้ประเทศต่อไป</p>
<p>“ผมคิดว่าถ้าเราจะพัฒนาโรงพยาบาลได้ดี มันอยู่ที่วิสัยทัศน์และความคิดที่เป็นระบบของผู้บริหารด้วย ถ้าเรามีวิสัยทัศน์ที่ดีก็จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขในประเทศดีขึ้น ตอนนี้เราข้ามจุดที่เราพึงพอใจไปแล้ว คำถามคือจะทำยังไงให้มวลรวมการรักษาโรคนี้ในประเทศเราดีขึ้น จะทำยังไงให้บริการที่ไม่เคยมีในประเทศไทยได้เกิดขึ้น ในนอาคต การรักษากระดูกสันหลังนั้นจะเล็กลงเรื่อยๆ บาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง นี่คือพื้นฐานที่มนุษย์คนอยากจะเจอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเหมือนลูกของผม เราอยากเลี้ยงลูกให้ดีก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนคือประชาชนที่มาใช้บริการของเรา ผมอยากให้เขาได้รับประโยชน์ด้วย”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล, ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล S Spine and Nerve,</strong> <strong>H.O.W. Fellow 2023</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีคิดของ หมู-เบญจวรรณ จากปากกาด้ามเดียวเลี้ยวเข้าเซเว่นฯ สู่ KIAN-DA ที่สร้างรายได้หลายร้อยล้าน</title>
		<link>https://howbangkok.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-kian-da/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[San15981]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 03:26:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[HOW We Talk]]></category>
		<category><![CDATA[KIAN-DA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://howbangkok.com/?p=3273</guid>

					<description><![CDATA[อาจเป็นวันธรรมดาสำหรับบางคน แต่วันที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง วัยรุ่นพันล้าน คือวันเปลี่ยนชีวิตของ หมู-เบญจวรรณ รุ่งเจริญชัย จากทายาทร้านขายผ้าในสำเพ็งที่ไม่อยากรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัวเพราะเหตุผลเรียบง่ายว่า ‘ไม่ชอบ’ เธอใฝ่ฝันอยากสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองที่วางขายในสเกลใหญ่ และเช่นเดียวกับตัวละครเอกในเรื่อง วัยรุ่นพันล้าน หรือในโลกจริงคือ ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์  เจ้าของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ที่ถือสาหร่ายของตัวเองไปบุกสำนักงานใหญ่ของเซเว่น-อีเลฟเว่น เบญจวรรณเองก็หยิบปากกาด้ามเดียวเดินเข้าไปเสนอขายให้กับร้านสะดวกซื้ออันดับหนึ่งของไทย &#160; เรื่องน่าทึ่งคือ เธอเข้าไปแบบไม่รู้ตลาด และไม่รู้ธรรมชาติของการขายสินค้ากับเซเว่น-อีเลฟเว่นว่าเป็นยังไง แต่กลับสามารถทำให้ทีมงานชื่นชอบสินค้ามากและมองเห็นโอกาสบางอย่างในปากกาด้ามนั้นของเธอ ปากกาด้ามแรกของ KIAN-DA วางขายในเดือนมกราคมปี 2013 จากตอนแรกที่ยอดขายไม่สู้ดี ทำรายได้ปีหนึ่งไม่เกินล้าน ด้วยความมุมานะอุตสาหะของเบญจวรรณ 12 ปีผ่านไป เธอสามารถสร้างอาณาจักรเครื่องเขียนของตัวเองที่ขายได้ปีละ 7-8 แสนชิ้นต่อเดือน สร้างรายได้หลักร้อยล้านต่อปี ฟังเรื่องเล่าแรกๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของ ‘โชค’ แต่จากตัวเลขการเติบโตและการยืนระยะบอกเราว่ามันไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่ๆ แต่อะไรล่ะที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น &#160; ปากกาฟ้าประทาน เนิ่นนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ครอบครัวของเบญจวรรณเปิดร้านขายผ้าที่สำเพ็ง กิจการของที่บ้านนั้นใหญ่โตจนเปิดโรงงานผลิตผ้าของตัวเองได้ ทำอยู่พักใหญ่ ที่บ้านก็หันมาจับธุรกิจนำเข้าผ้าจากเมืองจีน แม้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จอย่างสูงแต่เบญจวรรณผู้เติบโตมากับผืนผ้ากลับอยากทำธุรกิจอื่นมากกว่า ด้วยเพราะไม่ได้รักใคร่ในการขายผ้า และอยากเติบโตด้วยขาของตัวเอง แต่เธอยังไม่เจอจังหวะและสินค้าที่ใช่ กระทั่งได้ดูหนังเรื่องวัยรุ่นพันล้านที่เล่าเรื่องราวชีวิตของ ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของแบรนด์เถ้าแก่น้อย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3289 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-scaled.webp" alt="" width="2049" height="2560" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-scaled.webp 2049w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-240x300.webp 240w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-819x1024.webp 819w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-768x960.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-1229x1536.webp 1229w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/SINGLE-POST-หมู-เบญจวรรณ_web-1639x2048.webp 1639w" sizes="(max-width: 2049px) 100vw, 2049px" /></p>
<p>อาจเป็นวันธรรมดาสำหรับบางคน แต่วันที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง<em> วัยรุ่นพันล้าน </em>คือวันเปลี่ยนชีวิตของ <strong>หมู-เบญจวรรณ รุ่งเจริญชัย</strong></p>
<p>จากทายาทร้านขายผ้าในสำเพ็งที่ไม่อยากรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัวเพราะเหตุผลเรียบง่ายว่า ‘ไม่ชอบ’ เธอใฝ่ฝันอยากสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองที่วางขายในสเกลใหญ่ และเช่นเดียวกับตัวละครเอกในเรื่อง <em>วัยรุ่นพันล้าน</em> หรือในโลกจริงคือ ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์  เจ้าของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ที่ถือสาหร่ายของตัวเองไปบุกสำนักงานใหญ่ของเซเว่น-อีเลฟเว่น เบญจวรรณเองก็หยิบปากกาด้ามเดียวเดินเข้าไปเสนอขายให้กับร้านสะดวกซื้ออันดับหนึ่งของไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องน่าทึ่งคือ เธอเข้าไปแบบไม่รู้ตลาด และไม่รู้ธรรมชาติของการขายสินค้ากับเซเว่น-อีเลฟเว่นว่าเป็นยังไง แต่กลับสามารถทำให้ทีมงานชื่นชอบสินค้ามากและมองเห็นโอกาสบางอย่างในปากกาด้ามนั้นของเธอ</p>
<p>ปากกาด้ามแรกของ KIAN-DA วางขายในเดือนมกราคมปี 2013</p>
<p>จากตอนแรกที่ยอดขายไม่สู้ดี ทำรายได้ปีหนึ่งไม่เกินล้าน ด้วยความมุมานะอุตสาหะของเบญจวรรณ 12 ปีผ่านไป เธอสามารถสร้างอาณาจักรเครื่องเขียนของตัวเองที่ขายได้ปีละ 7-8 แสนชิ้นต่อเดือน สร้างรายได้หลักร้อยล้านต่อปี</p>
<p>ฟังเรื่องเล่าแรกๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของ ‘โชค’ แต่จากตัวเลขการเติบโตและการยืนระยะบอกเราว่ามันไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่ๆ</p>
<p>แต่อะไรล่ะที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3278 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ2_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<h4><strong>ปากกาฟ้าประทาน</strong></h4>
<p>เนิ่นนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ครอบครัวของเบญจวรรณเปิดร้านขายผ้าที่สำเพ็ง กิจการของที่บ้านนั้นใหญ่โตจนเปิดโรงงานผลิตผ้าของตัวเองได้ ทำอยู่พักใหญ่ ที่บ้านก็หันมาจับธุรกิจนำเข้าผ้าจากเมืองจีน</p>
<p>แม้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จอย่างสูงแต่เบญจวรรณผู้เติบโตมากับผืนผ้ากลับอยากทำธุรกิจอื่นมากกว่า ด้วยเพราะไม่ได้รักใคร่ในการขายผ้า และอยากเติบโตด้วยขาของตัวเอง แต่เธอยังไม่เจอจังหวะและสินค้าที่ใช่</p>
<p>กระทั่งได้ดูหนังเรื่องวัยรุ่นพันล้านที่เล่าเรื่องราวชีวิตของ ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของแบรนด์เถ้าแก่น้อย เธอเหมือนเห็นแสงสว่างรำไร</p>
<p>“ดูแล้วคิดแต่ว่าวันหนึ่ง ฉันต้องขายของเข้าเซเว่นให้ได้แบบเขา” เบญจวรรณเท้าความกลับไป ในปี 2554 ปีที่วัยรุ่นพันล้านเข้าฉาย และปีนั้นเอง ปากกาลบได้กำลังเริ่มฮิตในไทยพอดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“แต่ตอนนั้นร้านอื่นๆ ขายปากกาลบได้แพงมาก แท่งละ 200-300 บาท เราก็ตั้งคำถามว่าทำไมมันแพงขนาดนั้น ด้วยความที่ธุรกิจที่บ้านนำเข้าผ้าจากจีน เราก็มีโอกาสไปงานแฟร์ หาของจากจีนได้อยู่แล้ว เลยให้ลูกน้องหาข้อมูลมาให้ว่าต้นทุนเท่าไหร่ และลูกน้องก็ส่งปากกาตัวอย่างมาให้แท่งหนึ่ง เป็นปากกาแท่งสีน้ำเงินที่เขียนดี ราคาต้นทุนก็ไม่แพง”</p>
<p>สิ่งที่เธอทำหลังจากนั้นคือการโทรเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของเซเว่น-อีเลฟเว่น และขอเอาปากกาแท่งนั้นไปเสนอขาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เราโทรเข้าไปคุย คิดว่าเราไม่ได้อยู่ในธุรกิจนี้อยู่แล้ว ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็แค่เสียเวลา ปรากฎว่าฟลุ๊ค เซเว่นอนุมัติให้ขายได้ในวันนั้นเลย ถ้าให้วิเคราะห์ดู อาจเพราะเราพูดจีนและอังกฤษได้ รู้วิธีการหาของ วิธีนำเข้า  วิธีการคุยกับลูกค้า และเราปรับตามที่เขาต้องการทุกอย่าง คือเขาอยากปรับให้เป็นสีใส เราก็ปรับให้ ก็จบด้วยปากกาแท่งเดียวจริงๆ”</p>
<p>สินค้าตัวแรกของเบญจวรรณจึงเป็นปากกาแท่งใสที่เขียนแล้วลบได้ ราคาประมาณ 69 บาท ซึ่งถูกกว่าในท้องตลาดหลายเท่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เราคิดว่านี่คือสิ่งที่ฟ้าประทาน ถ้าย้อนกลับไปแล้วไม่ทำคงเสียดายแย่”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3282 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ6_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<h4><strong>เครื่องเขียนกลิ่นอายญี่ปุ่นของคนไทย</strong></h4>
<p>คนไทยชอบอะไรก็ตามที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่น  นี่คือธรรมชาติของลูกค้าบ้านเราที่เบญจวรรณสังเกตมาตลอด และเป็นหลักคิดในการตั้งชื่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน</p>
<p>KIAN-DA จริงๆ แล้วมาจากคำไทยว่า ‘เขียนดะ’ แต่ตั้งแบบนั้นแล้วใครจะซื้อ เธอจึงแปลงคำอ่านเป็น ‘เคียนดะ’ พร้อมดีไซน์แพ็คเกจจิ้งให้มีความเป็นญี่ปุ่นเพื่อให้ขายง่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ช่วงแรกๆ ที่บ้านก็ถามว่าจะขายได้เหรอ ปากกาแท่งละเท่าไหร่ จะขายได้สักกี่แท่งเชียว เขาไม่ซัพพอร์ต แต่เราดื้อ อยากทำ ซึ่งตอนลองทำปีแรกๆ ก็ขายยากจริงๆ เพราะของในเซเว่นไม่มีการโฆษณา ไม่มีอะไรเลย แต่พอทำไปสักพักมันก็เริ่มดีขึ้น พอออกปากกาตัวที่ 2 ยอดก็ขึ้นมาเป็นสองเท่า เพราะเป็นปากกาเจลเบสิกธรรมดา เพราะเราอยากเจาะกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3283 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ7_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“จนตอนนี้ เรามียอดขายเป็นร้อยล้าน ทุกคนเซอร์ไพร์สหมด เพราะปากกาแท่งละ 20-30 บาทมันจะขายเป็นร้อยล้านได้ยังไง” เธอหัวเราะ แล้ววิเคราะห์เบื้องหลังความสำเร็จให้เราฟัง</p>
<p>ข้อแรกคือการเน้นขายสินค้าราคาถูก แต่ที่สำคัญคือต้องมีคุณภาพดี เพราะเครื่องเขียนในเซเว่น-อีเลฟเว่น ขายในหีบห่อแบบปิด ทำให้ลูกค้าไม่สามารถลองเขียนเหมือนในร้านเครื่องเขียนทั่วไป</p>
<p>“ปากกาน้ำหมึกต้องดี ถ้าไม่ดีไม่ทำ เราดูที่น้ำหมึกก่อน เราทำงานกับโรงงานเครื่องเขียนแบรนด์ใหญ่ๆ จากทั่วโลก เพราะฉะนั้น คุณภาพเราดีแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ที่สำคัญคือเราไม่ขายแพง ในมุมมองของเรา เราแข่งกับแบรนด์อื่นๆ ด้วยราคาที่เป็นมิตร เอาราคาสู้ได้ ซึ่งบางทีต้นทุนอาจจะแพงกว่าเพราะเราอยากให้ไส้ปากกามีคุณภาพที่ดีขึ้น เราก็เอาและจะไม่ขึ้นราคาด้วย เพราะเราอยากให้ลูกค้าเขียนแล้วชอบทุกครั้ง เขียนแล้วลื่น อยากเขียนต่อ แล้วเขาจะกลับมาซื้อใหม่</p>
<p>“ถ้ามีลูกค้ามาร้องเรียนเราจะไม่ถามอะไรเลย จะขออภัยลูกค้าแล้วรีบส่งสินค้าให้ใหม่ เพราะเราคิดว่าการทำงานมันต้องมีปัญหาอยู่แล้ว แต่เวลามีปัญหาแล้วต้องรีบแก้”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3277 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<h4><strong>แตกไลน์สินค้าลิขสิทธิ์ จับกลุ่มลูกค้าหลากหลาย</strong></h4>
<p>เคล็ดลับความสำเร็จข้อต่อมา คือเบญจวรรณไม่เคยหยุดพัฒนา</p>
<p>หลังจากสร้างแบรนด์ KIAN-DA และแตกไลน์สินค้าออกเป็นเครื่องเขียนหลายประเภท เบญจวรรณก็สร้างอีกแบรนด์ชื่อ Code <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> ที่ขายสินค้าลิขสิทธิ์ เธอซื้อสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง Hello Kitty, LINE FRIENDS, KAKAO, Minions, SpongeBob รวมถึงตัวละครไทยซึ่งเป็นที่รู้จักอย่าง หมาจ๋า</p>
<p>มากกว่านั้น เบญจวรรณยังรับผลิตสินค้าตามไอเดียของเซเว่น-อีเลฟเว่น เมื่อไหร่ที่สำนักงานใหญ่อยากให้ซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนไหนเพราะมองเห็นศักยภาพ เธอก็พร้อมที่จะทำให้ อย่างล่าสุด เบญจวรรณแปลงโฉมอินฟลูเอนเซอร์สุดฮิตของเมืองไทยอย่าง ‘หมูเด้ง’ และ ‘หมีเนย’ ให้กลายเป็นสมุดและเครื่องเขียน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3284 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web.webp" alt="" width="1600" height="1067" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web.webp 1600w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web-300x200.webp 300w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web-1024x683.webp 1024w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web-768x512.webp 768w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ8_web-1536x1024.webp 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทำไมเราถึงทำสินค้าลิขสิทธิ์ เพราะเราทำสินค้าเบสิกมาสักพักหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ทำอย่างอื่น สินค้าก็จะไม่หลากหลายและจะน้อยลง”</p>
<p>จนถึงวันนี้ KIAN-DA และ Code <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f600.png" alt="😀" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> มีสินค้าของตัวเองกว่าร้อยไอเท็ม ตั้งแต่เครื่องเขียนทั่วไปจนถึงสแตนดี้ วางขายอยู่ใน 7-11 กว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ จากปีแรกที่ขายได้ไม่ถึงล้าน ในขวบปีที่ 13 แบรนด์ของเบญจวรรณทำยอดขายได้หลักร้อยล้าน และมีทีท่าว่าจะก้าวกระโดดทุกปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“โดยสรุปแล้ว เราคิดว่าเป็นเพราะเราทำสินค้าตามโจทย์ที่เซเว่นฯ บอก คือเขาก็มีหน้าที่หาของใหม่ๆ เข้าร้านถูกไหม เพราะฉะนั้น เขาอยากได้อะไร คิดว่าอะไรจะขายได้ อินเทรนด์ เราก็หาให้ได้หมด</p>
<p>“ที่สำคัญคือเราอยากขายแค่ที่เซเว่นฯ อย่างเดียวด้วย เพราะเขาให้โอกาสเรา และเขาก็ใหญ่ มีเป็นหมื่นสาขา แม้เครื่องเขียนจะวางจำหน่ายแค่ 7,000-8,000 สาขาแต่ก็ถือว่าเยอะมาก”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-3286 size-full" src="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ10_web.webp" alt="" width="938" height="1406" srcset="https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ10_web.webp 938w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ10_web-200x300.webp 200w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ10_web-683x1024.webp 683w, https://howbangkok.com/wp-content/uploads/2025/01/body-หมู-เบญจวรรณ10_web-768x1151.webp 768w" sizes="(max-width: 938px) 100vw, 938px" /></p>
<h4><strong>ตั้งใจและใส่ใจ</strong></h4>
<p>เมื่อเราถามว่าความท้าทายในการทำธุรกิจที่เข้าสู่ขวบปีที่ 13 คืออะไร เบญจวรรณตอบตรงๆ ว่าเธอไม่คิดว่าวันนี้จะมีอะไรยาก</p>
<p>“มันอยู่ที่การมองปัญหามากกว่า” เธอขยายความ “การที่เราอยู่จุดนี้ มีปัญหาเข้ามา 360 องศาทั้งเล็กและใหญ่ มันอยู่ที่ว่าเราจะดีลกับปัญหายังไงมากกว่า เพราะบางทีปัญหาเข้ามาตั้งแต่เช้า ทั้งวันเราก็เครียด เราต้องมีวิธีจัดการตัวเอง บางทีลูกน้องทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ เราก็เคยเป็นเด็กมาก่อน รู้ว่าคนเราผิดพลาดได้ ก็ต้องแก้ตามสถานการณ์กันไป และสอนเขาว่าเขาทำอย่างนี้แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันหลังทำวิธีอื่นดีกว่า เพราะฉะนั้น สติจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“12 ปีที่ผ่านมา KIAN-DA สอนเราเรื่องความตั้งใจและความใส่ใจ เพราะถ้าเราไม่ตั้งใจหรือใส่ใจกับแบรนด์ มันจะไม่มีทางออกมาดี เราไม่ใช่ CEO ที่พูดๆ แล้วจบ แต่เราต้องดูรายละเอียดให้ลูกน้อง ไกด์เขาด้วยว่าให้ทำอะไร ทุกวันนี้ เราก็ยังเดินทางไป 7-11 สำนักงานใหญ่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งเพื่อไปดูงาน ไปดูแบบของสินค้าใหม่ เพราะโปรดักต์เปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อความหลากหลาย</p>
<p>“แบรนด์ KIAN-DA เป็นความภาคภูมิใจของเราเลยนะ เราภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเราเคยก่อตั้งมัน และเราก็ไม่คิดว่าจะทำได้และโตขนาดนี้ด้วย” เบญจวรรณปิดประโยคด้วยรอยยิ้ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เบญจวรรณ รุ่งเจริญชัย, เจ้าของแบรนด์ KIAN-DA, H.O.W. Fellow 2023</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
